สิ่งที่ได้จากการเรียนรู้ : ได้ทำงานกลุ่มร่วมกับเพื่อน และยังได้แสดงละครด้วยกัน โดยอาจารย์ให้จับคู่ 2 คน แล้วให้แสดงบทบาทสมมุติ โดยสอดแทรกการสอนต่างๆไปด้วย
Thursday, November 10, 2022
ครั้งที่14
ครั้งที่13
สิ่งที่ได้รับจากการเรียนรู้ : ได้ทำอาหารนั้นก็ คือ มาม่า และให้ตกแต่งหน้าตาให้ดูสวยมาก เพื่อที่จะเอาไปสอนเด็กอนุบาลและเด็กจะได้ชอบกินอาหารที่มีประโยชน์ และยังสร้างความคิดสร้างสรรค์
และอาจารย์ให้ทำพัฒนาการเกี่ยวกับเด็กปฐมวัย โดยแบ่งออกเป็น 4 หัว และอธิบายพอสังเขป
ครั้งที่ 12
สิ่งที่ได้รับจากการเรียนรู้ : ได้รับความรู้มากมาย เพราะในกลุ่มมีการค้นหาทางแหล่งข้อมูลต่างๆ เพื่อที่จะให้งานออกมาดีที่สุด โดยอาจารย์ให้ทำมายเเมพปิ้งโดยให้หัวข้อ คุณลักษณะของบุคคลในศตวรรษที่ 21 หลังจากทำเสร็จก็นำไปติดที่ผนัง เพื่อที่จะให้เพื่อนๆทุกคนได้ดูผลงานของเรา เเละอาจารย์ก็จะมาคอมเมนท์ว่าเราทำผิดตรงไหน อย่างไร
Tuesday, September 27, 2022
ครั้ง 11
สรุปรูปแบบการอบรมเลี้ยงดู
แนวคิดของ Diana Baumrind Diana Baumrind’s Parenting Styles
การจะพัฒนามนุษย์ให้เป็นประชากร ที่มีคุณภาพมีปัจจัย 2 ด้านเข้ามาเกี่ยวข้อง คือ 1) ปัจจัยด้านพันธุกรรม และ 2) ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม โดยพันธุกรรมจะเป็นตัวกำหนดขีดความสามารถหรือแนวโน้มของพัฒนาการ ส่วนสภาพแวดล้อมจะเป็นตัวผลักดันทำให้พัฒนาการนั้นเร็วหรือช้า โดยเฉพาะรูปแบบการอบรมเลี้ยงดู ถือได้ว่าเป็นปัจจัยทางด้านสภาพแวดล้อมที่มีอิทธิพลสูงต่อพัฒนาการมนุษย์
Baumrind ได้ทำการวิเคราะห์แบ่งองค์ประกอบพฤติกรรมของ บิดามารดาในการอบรมเลี้ยงดูบุตรออกเป็น 2 มิติ กว้างๆ คือ 1. มิติควบคุม หรือ เรียกร้องจากบิดามารดา (Controlling / Demand) และ 2. มิติการตอบสนองความรู้สึกเด็ก (Responsive) เขาได้ผสมผสาน 2 มิติดังกล่าว และจัดรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูเป็น 3 รูปแบบ ดังนี้
1. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่ (Authoritative Parenting Style)
2. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบควบคุม (Authoritarian Parenting Style)
3. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบตามใจ (Permissive Parenting Style)
ต่อมา Maccoby and Martin (1983) ได้ ศึกษารูปแบบการอบรมเลี้ยงดูตามแนวคิดของ Baumrind และได้จำแนกรูปแบบการอบรมเลี้ยงดู แบบที่ 4 เพิ่ม คือ
4. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบทอดทิ้ง (Uninvolved Parenting Style)
สรุปเป็นตารางได้ดังนี้
จากผลสรุปในงานวิจัยพบว่า รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูที่มีประสิทธิภาพ ที่สามารถหล่อหลอมให้เด็กและเยาวชนเป็นผู้ที่มีความสามารถในการปรับตัว มีพฤติกรรมทางสังคมที่เหมาะสม มีความสามารถในการกำกับตนเอง ตลอดจนมีพัฒนาการ ทางอารมณ์ที่ดีได้นั้น ก็คือ รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่ เนื่องจากเป็นรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูที่ผสมผสานระหว่างมิติการตอบสนองความรู้สึกของเด็ก และมิติการควบคุมพฤติกรรมของเด็กได้อย่างดี ส่วนรูปแบบการอบรมเลี้ยงดู 3 แบบที่เหลือ ได้แก่ รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบควบคุม แบบตามใจ และแบบทอดทิ้ง ล้วนเป็นรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูที่ขาดประสิทธิภาพ ส่งผลทางลบต่อเด็ก ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แต่เด็กที่ได้รับการอบรมเลี้ยงดูแบบควบคุมก็ยังมีลักษณะทางบวกได้อยู่ คือ มีการควบคุมตนเองสูง มีวินัยสูง และมีความซื่อสัตย์สูง
กล่าวได้ว่า รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่เป็นรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูที่มีประสิทธิภาพสามารถหล่อหลอมให้เด็กและเยาวชนเจริญเติบโตเป็นประชากรที่มีคุณภาพ
ครั้งที่9
สิ่งที่ได้จากการเรียนรู้ : เเบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3 คน เเล้วอาจารย์ให้เราวางเเผน ว่าจะทำของเล่นของเเต่ละช่วงวัยให้เหมาะสมมีอะไรบ้าง โดยเเบ่งเป็น 3 หัวข้อ
1) ของเล่นพัฒนาการเด็กเเรกเกิด -1ปี
2) ของเล่นพัฒนาการเด็ก 1ปี - 2ปี
3) ของเล่นพัฒนาการเด็ก 2ปี - 3ปี
หลังจากวางเเผนในกลุ่มเสร็จ ก็ไปนำเสนอให้อาจารย์ว่าผ่านหรือไม่ผ่าน หลังจากนั้นก็ได้เริ่มการประดิษฐ์ตามแบบที่ได้ออกแบบเเล้ว ถือว่าเป็นอันเสร็จ
ครั้งที่10
สิ่งที่ได้รับจากการเรียน : เริ่มแรกอาจารย์มอบหน้าที่ให้ออกแบบของเล่นสำหรับเด็ก ได้มีการวางแผนกันเรื่องการทำงาน และได้ผลสรุปว่าทำขวดคัดเสียง และคัดเสียงเพื่อฝึกการฟังเสียง และคัดสีเพื่อฝึกการมองเห็น
คิดว่าการออกแบบกิจกรรมนี้ เป็นกิจกรรมที่ดีไม่แพ้กิจกรรมอื่น สามารถนำกิจกรรมนี้ไปเล่นได้ในทุกช่วงอายุ เพราะสามารถนำมาเคาะเป็นจังหวะเพลงได้
ครั้งที่6
สิ่งที่ได้รับจากการเรียนรู้ : ได้มีการแสดงความคิดเห็นกันว่าที่ทำงานกันยังไง โดยอาจารย์มอบหมายงานให้เเบ่งกลุ่ม โดยแต่ละกลุ่มอาจารย์จะให้คิดออกแบบหัวข้อเป็นของตัวเอง ให้น่าสนใจ และมีความสนุกสนานตามแบบที่เราสนใจ หลังจากที่เราได้แสดงความคิดเห็นกันแล้ว ก็ได้บทสรุปว่าจะทำอะไร และจะนำเสนออย่างไรให้อาจารย์ดู 💕
ครั้งที่7
สิ่งที่ได้รับจากการเรียนรู้ : คือการทำงานเป็นกลุ่ม การแสดงความคิดในกลุ่ม ว่าจะออกแบบไหนได้มีไอเดียมากมายในการทำงาน โดยให้เเบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3 คน มอบหมายทำ Mind Mapping โดยให้หัวข้อเรื่องว่า การออกเเบบกิจกรรมสำหรับเด็กเเรกเกิดถึง 3 ปี โดยเเบ่งหัวข้อย่อยเป็น 3 หัวข้อ
1) เเรกเกิดถึง 1 ปี
2) 1 ปีถึง 2 ปี
3) 2 ปีถึง 3 ปี
โดยเเต่ละหัวข้อเราต้องหากิจกรรมให้เหมาะสมกับเด็กๆในวัยนั้นๆ เเละเมื่อกลุ่มเราทำงานเสร็จ อาจารย์ก็ให้นำงานที่เราทำไปติดที่ผนัง เพื่อที่จะให้เพื่อนกลุ่มอื่นได้ดู อาจารย์ก็คอมเมนท์ว่าผิดถูกตรงไหน ควรปรับเเก้ยังไง
ครั้งที่8
สิ่งที่ได้รับจากการเรียนรู้ : ได้รับการเรียนรู้เกี่ยวกับครูปฐมวัยเป็นอย่างมาก เพราะเป็นความรู้ที่ครูปฐมวัยต้องได้รับการศึกษา โดยอาจารย์ให้ทำ Mind Mapping จากที่สัปดาห์ที่แล้วว่าอาจารย์ให้แก้อะไรบ้าง พอสัปดาห์ถัดมาอาจารย์ก็เอาสิ่งที่ต้องแก้มาทำให้ถูก ให้ชัดเจนเข้าใจง่าย และสวยงามมากยิ่งขึ้น
ครั้งที่5
สิ่งที่ได้รับจากการเรียนรู้ : ได้รับความรู้มากมาย และได้ทราบถึงความรู้ทั่วไปของเด็กปฐมวัยใน 8 หัวข้อ คือ ช่วงอายุของเด็กปฐมช่วง 2-5 ปี พัฒนาการของเด็กมี 4 ด้าน วิธีการเรียนรู้ของเด็ก ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง การอบรมเลี้ยงดู สภาพแวดล้อม เป็นประโยชน์เป็นอย่างมาก สำหรับครูปฐมวัยที่จะรู้เรื่องพื้นฐานนี้ เพื่อใช้ในการสอนเด็ก ❤️
ครั้งที่ 4
สิ่งที่ได้จากการเรียนรู้ : อาจารย์ให้ทำสื่อการสอนโดยให้หาภาพที่เกี่ยวกับสัตว์ โดยในกระดาษที่มีรูปภาพสัตว์ แล้วให้ระบายสีตกแต่งให้มีความคิดสร้างสรรค์แล้วแต่ตกแต่งหลังจากนั้นก็ก็ตัดตามรูปสัตว์ ตามกระดาษได้เลยแล้วพับตามรอยให้แล้วเอาแผ่นกระดาษชิ้นเล็ก แปะกาวสองชิ้นให้นิ้วสอดเข้าได้ ให้ปากรูปสัตว์อ้าปากให้ได้ ถือว่าเป็นอันเสร็จ ชอบกิจกรรมแบบนี้มากๆเลย 💕
Monday, July 18, 2022
ครั้งที่ 3
ความรู้ที่ได้รับจากการเรียน
เป็นเรื่องที่ดีมากๆ เพราะเพลงกล่อมเด็กสามารถช่วยในเรื่องพัฒนาการทางด้านสมอง และยังช่วยให้ลูกน้อยมีความใจเย็นได้มากขึ้น แถมยังช่วยคลายความเครียด ทำให้เจ้าตัวเล็กสบายใจ และนอนหลับได้ง่าย ไม่รบกวนเวลาพักผ่อนของคุณแม่ ซึ่งนอกจากเพลงกล่อมเด็กแล้ว อีกหนึ่งตัวช่วยที่จะทำให้ลูกน้อยของคุณแม่หลับได้สบาย และอารมณ์ดี มีเนื้อร้องว่า ” …ไก่เถื่อน เหอ ขันเทือนทั้งบ้าน ลูกสาวขี้คร้าน นอนให้แม่ปลุก ฉวยได้ด้ามขวาน แยงวานดังพลุก นอนให้แม่ปลุก ลูกสาวขี้คร้าน …”
แปลใต้ได้ความว่า
” …ไก่เถื่อน เอ๋ย ขันสะเทือนทั้งบ้าน ลูกสาวขี้เกียจ นอนให้แม่ปลุก หยิบได้ด้ามขวาน ทิ่มก้นเสียงดังพลุ๊กนอนให้แม่ปลุก ลูกสาวขี้เกียจ …” ❤️
Tuesday, July 12, 2022
ครั้งที่2
ความรู้ที่ได้รับ : ได้รู้ว่าครอบครัวแต่ละครอบครัวจะดูแลลูกตัวเองไม่เหมือนกัน เช่น การเลี้ยงลูกแบบเอาใจใส่ เป็นการเลี้ยงดูแบบครอบครัวสนับสนุนในแต่ละด้าน การเลี้ยงลูกแบบเข้มงวดแต่ก็เติมไปด้วยความหวังดีของพ่อแม่ การเลี้ยงลูกแบบตามใจ ครอบครัวสนับสนุนโดยไม่มีขอบเขต การเลี้ยงลูกแบบปล่อยปละละเลยไม่เอาใจใส่ ซึ่งส่วนมากเพื่อนครอบครัวของเพื่อนๆจะดูแลแบบเอาใจใส่ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีสำหรับเด็กเพราะเด็กจะได้ไม่รู้สึกอ้างว้าง เพรามีครอบครัวเป็นผู้สนับสนุนในทุกๆด้าน เช่น การเรียน
สังคมดี เราก็จะเติบโตเป็นคนดี อยากจะให้ลูกเติบโตไปในแบบไหนก็ต้องทำสิ่งนั้นให้ลูกเห็น
Tuesday, July 5, 2022
ครั้งที่1
ความรู้ที่ได้รับ : ความรู้ที่ได้รับจากการพับกระดาษช่วยฝึกกการสังเกตุของเด็กจากความเป็นจริงมาวาดลงในกระดาษ การระบายสี การผสมสี ฝึกความคิดสร้างสรรค์ ฝึกการจับคู่ภาพให้เด็กมีพัฒนาการในการเรียนและสนุกสนานไม่น่าเบื่อจนเกินไป และได้ฝึกสมาธิเพราะเด็กในช่วงนี้ยังมีความรู้สึกรักสนุก ติดเล่น ก้าวร้าวเป็นช่วงที่ต้องรับความรู้มาพัฒนาในชีวิตประจำวันเพื่อให้เกิดการสังเกต
ครั้งที่14
สิ่งที่ได้จากการเรียนรู้ : ได้ทำงานกลุ่มร่วมกับเพื่อน และยังได้แสดงละครด้วยกัน โดยอาจารย์ให้จับคู่ 2 คน แล้วให้แสดงบทบาทสมมุติ โดยสอ...
-
สิ่งที่ได้รับจากการเรียนรู้ : คือการทำงานเป็นกลุ่ม การแสดงความคิดในกลุ่ม ว่าจะออกแบบไหนได้มีไอเดียมากมายในการทำงาน โดยใ ห้เเบ่งกลุ่ม กลุ่...
-
สิ่งที่ได้รับจากการเรียนรู้ : ได้มีการแสดงความคิดเห็นกันว่าที่ทำงานกันยังไง โดยอาจารย์มอบหมายงานให้เเบ่งกลุ่ม โดยแต่ละกลุ่มอาจารย์จะให...
-
ให้ทำมายแมบเรื่องการอบรมเลี้ยงดู ได้เริ่มทำงานกลุ่มกับเพื่อนๆ ได้มีการโต้แย้งกันทำให้สนุกมากขึ้นกับการเรียน ความรู้ที่ได้รับ : ได้รู้ว่าครอ...


















